วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การเลือกซื้อกีตาร์และสายกีตาร์



การเลือกซื้อกีตาร์และสายกีตาร์ 
 มันมีความจำเป็นอย่างมากที่คุณควรจะมีกีตาร์เป็นของตัวเองถ้าคุณอยากจะเล่นกีตาร์เป็น ในบ้านเรามีกีตาร์ขายมากมายหลายแบบราคานั้นมีตั้งแต่ไม่ถึงพันบาท จนกระทั่งราคาเป็นแสนก็มี  ทีนี้เรามาดูซิว่าเราควรเลือกซื้อกีตาร์อย่างไร



         1. การเลือกซื้อกีตาร์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วกีตาร์ที่วางขายมีมากมายหลายแบบและระดับราคาต่างๆ กัน ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการซื้อกีตาร์คือซื้อตัวที่คุณชอบที่สุดทั้งในด้านของรูปร่างรูปทรง และเสียงของมันซึ่งถ้าคุณเลือกกีตาร์ที่คุณชอบจริงๆ มันจะทำให้คุณรักมันและมีความสุขที่จะหัดมากกว่าการที่ซื้อตามชาวบ้านเขาโดยไม่สนใจว่ามันจะเหมาะกับคุณหรือไม่ ส่วนหลักใหญ่ๆ ในการเลือกซื้อกีตาร์ก็ได้แก่


             1) เลือกดูรุ่นที่คุณสนใจที่สุดอาจจะเป็นกีตาร์คลาสสิกที่เป็นสายไนล่อนสำหรับผู้ที่อยากเล่นกีตาร์คลาสสิก (ซึ่งควรจะไปเรียนกับโรงเรียนจะดีกว่าฝึกเอง) หรือกีตาร์โฟล์คสำหรับเล่นเพลงทั่วไป ซึ่งยังมีขนาดและรูปทรงต่างๆให้เลือกจากนั้นจึงดูรายละเอียดโดยรวม ได้แก่ ลักษณะทั่วๆ ไปเช่นมีรอยบุบ สีถลอก หรือรอยแตกหักต่างๆ บนตัวกีตาร์หรือไม่ ความเรียบร้อยของการทำสี จุดต่อต่าง ๆ ต้องไม่มีรอยปริแตก ดูที่ลายไม้ยิ่งลายไม้ขนานกันมาก และมีลายถี่มากๆ จะมีความแข็งแรง ควรหลีกเลี่ยงประเภทที่มีตาไม้
               



2) ดูว่าคอกีตาร์ตรงหรือไม่อาจสังเกตง่ายๆ โดยกดสายกีตาร์ที่ช่อง 1 และอีกมือกดที่ช่อง 19 ของสายเดียวกันแล้วสังเกตว่าระยะห่างระหว่างสายกีตาร์กับเฟร็ตทุกเฟร็ตจะต้องเท่ากัน นอกจากนี้ก็ดูที่เฟร็ตว่าประกอบเรียบร้อยหรือไม่บิดเบี้ยวมั้ย บนฟิงเกอร์บอร์ดมีรอยแตกมั้ย และระยะจากนัทไปยังเฟร็ต 12 กับระยะจากเฟร็ต 12 ไปถึงสะพานสายจะต้องมีระยะเท่ากัน ถ้าดูภาดตัดขวางคอกีตาร์จะมีทั้งแบบราบเรียบและแบบที่โค้งเล็กน้อยให้รับกับนิ้วมือก็ลองดูว่าคุณชอบแบบไหน
               




3) ลองหมุนลูกบิดดูว่าลื่นมั้ยล็อคสายอยู่มั๊ยมีคราบสนิม หรือร่องรอยถลอกหรือเปล่า มีการคดงอมั้ย เช็คดูทั้ง 6 ตัว

               
4) ตรวจสอบที่นัทและบริดจ์ ว่าสมบูรณ์หรือไม่รอยต่อสนิทมั้ย และตัวพินยึดสายกีตาร์ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์

                             

                                       nut                                                                bridge 




               5) คราวนี้ก็ลองกดสายกีตาร์ดูว่ากดยากมั้ยสูงต่ำไปมั้ย หมายถึงระยะแอ็คชั่นคือระยะระหว่างสายกับฟิงเกอร์บอร์ดควรสูงประมาณ 2 มม. ที่ช่องที่ 1 บนฟิงเกอร์บอร์ด
               

6) ลองดีดสายดูว่าเสียงเป็นที่น่าพอใจคุณมั้ย มีเสียงประหลาดแทรกระหว่างดีดมั้ย เช็คเสียงฮาโมนิคว่าสมบูรณ์มั้ยคือเสียงต้องปิ๊งและไม่มีเสียงประหลาดสอดแทรกมาโดยการดีดสายเปล่าแล้วใช้นิ้วมือแตะเบาๆ เหนือเฟร็ตที่ 12 ของสายเดียวกันแล้วดีดดูจะได้เสียงที่เป็นเสียงเดียวกันกับที่ดีดสายเปล่าแต่ระดับเสียงจะสูงกว่า ลองเช็คทุกๆ สาย
               





7) ถ้าเป็นกีตาร์โปร่งไฟฟ้า คุณจะต้องทดสอบระบบของมันด้วยว่าเวิคมั้ยลองเสียบแอมป์เล่นจริงๆ ลองปรับปุ่มคอนโทรลต่างๆ และสังเกตเสียงที่ได้เมื่อต่อเข้าแอมป์ว่าผิดเพี้ยนไปมั้ย
               








8) ถ้าเป็นกีตาร์ไฟฟ้าหลักโดยรวมก็เหมือนกับด้านบน แต่สิ่งที่ต้องเช็คอื่น ๆ ได้แก่ระบบคันโยกสมบูรณ์หรือไม่ลองใช้ดู จุดที่ขันน๊อต สกรูต้องแน่น ทดสอบต่อกับแอมป์และลองเล่นดูลองเปลี่ยนไปใช้ปิคอัฟแต่ละตัวว่าทำงานปกติมั้ย รวมถึงปุ่มคอนโทรลต่างๆ
          
          อย่างหนึ่งที่คุณควรจะรู้ไว้คือไม่มีกีตาร์ตัวไหนที่เพอร์เฟ็ค 100 %สามารถเล่นได้ทุกสไตล์ในโลก กีตาร์ตัวนี้อาจเหมาะกับเพลงนี้ แต่ไม่เหมาะกับอีกเพลงเป็นต้นเช่นเวลาคุณดูคอนเสิร์ทนักดนตรีบางคนหรือบางคณะใช้กีตาร์เปลืองมากเพลงนึงก็ตัวนึงเป็นต้นดังนั้นคุณควรจะรู้ว่าคุณอยากเล่นเพลงแบบไหน หรือชอบเสียงกีตาร์แบบไหนให้เลือกแบบที่คุณชอบก็พอ
        
           




2. การเลือกซื้อสายกีตาร์


สายกีตาร์ก็จะมีหลาย  แบบหลายขนาดเช่นกัน กีตาร์แต่ละประเภทก็จะใช้สายไม่เหมือนกันดังนั้นคุณควรจะใช้สายกีตาร์ให้เหมาะกับกีตาร์ของคุณดีกว่า


          

 สายกีตาร์คลาสสิกยุคก่อนจะใช้สายเอ็น (gut string) แต่ปัจจุบันได้ใช้เป็นสายไนล่อน โดยที่ 3 สายล่างจะเป็นสายเปลือย และ 3 สายบนจะเป็นพวกใยไหมหรือไนล่อนพันด้วยเส้นโลหะจำพวกเงิน หรือบรอนซ์ เป็นต้น ซึ่งทำมาสำหรับใช้กับกีตาร์คลาสสิกโดยเฉพาะ ถ้าคุณนำสายที่เป็นโลหะมาใช้นอกจากเสียงที่ได้จะไม่ดีแล้วกีตาร์คูณจะพังด้วยเพราะสายไนล่อนมีแรงดึงต่ำกว่าสายโลหะมากและกีตาร์คลาสสิกออกแบบมาให้รับแรงตึงของสายไนล่อน


            
          สายกีตาร์โฟล์คจะเป็นสายโลหะโดยที่ 2 หรือ 3 สายล่างจะเป็นสายเปลือย และสายที่เหลือหรือสายเบสจะเป็นสายที่แกนเป็นโลหะมีเส้นบรอนซ์พันอยู่มีอยูหลายขนาดเหลือเกินแต่ที่เหมาะสำหรับฝึกหัดใหม่ ๆ ควรเลือกชุดที่ไม่ใหญ่จนเกินไปเช่นชุดที่มีสาย 1 ขนาด .009 ซึ่ง 3 สายล่างจะเป็นสายเปลือย และ 3 สายบนจะเป็นสายพัน
         







   สายกีตาร์ไฟฟ้าเป็นโลหะเช่นเดียวกับสายกีตาร์โปร่งแต่จะใช้นิเกิลแทนบรอนซ์ซึ่งนิเกิลจะมีผลดีเมื่อใช้กับปิคอัฟหรือระบบแม่เหล็กไฟฟ้านั่นเอง แต่เสียงจะทึบกว่าสายที่ทำจากบรอนซ์ แต่จะนุ่มมือกว่าเวลาจับคอร์ด ซึ่งบางทีก็สามารถใช้สายกีตาร์ไฟฟ้ากับกีตาร์โปร่งได้เพื่อลดความเจ็บนิ้ว


วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

"Ukulele" เป็นภาษาฮาวายเอี้ยน ความหมายของคำว่า "ukulele" ถูกแยกเป็นสองคำคือ "uku" ซึ่งแปลว่า "ของขวัญหรือรางวัล"
ส่วนคำว่า "lele" แปลว่า "การได้มา" ดังนั้นเมื่อนำสองคำนี้มารวมกัน จึงแปลความหมายได้ว่า "ของขวัญที่ได้มา"

"Ukulele" อาจจะเป็นเครื่องดนตรีชิ้นใหม่สำหรับใครบางคน แต่สำหรับนักดนตรี หรือผู้คนบนเกาะฮาวาย(Hawaii) Ukulele เป็นเครื่องดนตรีที่เป็นเสมือนศิลปะ และวัฒนธรรมของชาวฮาวายเอี้ยน เครื่องดนตรีชิ้นนี้ถูกเล่นในงานรื่นเริงต่างๆ ในทุกๆ เทศกาล Ukulele กลายเป็นเครื่องดนตรีชิ้นเอกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งบนเกาะฮาวาย ดังนั้น ชาวฮาวายเอี้ยนกับอูกูลีเล จึงแยกจากกันไม่ออก!
Ukulele คืออะไร?
เครื่องดนตรีที่มีขนาดเล็กพกพาสะดวก สวยสะดุดตาเมื่อแรกเห็น และตัวจิ๋วเล็กนิดเดียว ในชื่อ "Ukulele" (ออกเสียงว่า อูกูลีเล)
บางท่านอาจจะสามารถเรียกอีกชื่อว่า อูกี (Uke) ก็คงไม่ผิด เครื่องดนตรีชิ้นนี้เกิดมาก่อนสงครามโลกสะอีก อายุอานามไม่แพ้อะคูสติกกีต้าร์ เพียงแต่ว่าเครื่องดนตรีทั้งสองมีการกำเนิด และมีการพัฒนาที่แตกต่างกัน

กีต้าร์โปร่งโด่งดังและพัฒนามาจากอเมริกา และ Ukulele เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านมาจากเกาะฮาวาย เกิดมาก่อนยุคสงครามโลก
ต่อมาช่วงยุค 60's เจ้า Ukulele ขึ้นมาโด่งดังและรู้จักกันแพร่หลายมากขึ้น เพราะว่านักดนตรีโฟล์คซอง และแจ๊ส ได้นำมันไปเล่น
ตามสถานที่ต่างๆ ทำให้ผู้คนทั่วไปเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตา และรู้จักกับเจ้า Ukulele มากขึ้น
"John Lennon / George Harrison / Elvis Presley"
ผู้คนต่างแดนเริ่มพบเห็น และรู้จักเจ้า Ukulele อย่างแพร่หลายมากขึ้น เช่นวง The Kingston Trio (American Folksong) เป็นวงโฟล์คซอง
ก่อนยุค Peter Paul & Mary, ซึ่งเป็นวงดนตรีโฟล์คซองที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ทั้ง David Guard และ Bob Shane เกิดและโตมาจากเกาะฮาวาย เล่น Ukulele มาตั้งแต่เด็ก หรือแม้กระทั้งสมาชิกวง "The Beatles" ยังเคยนำเจ้า Ukulele ไปใช้ ยังรวมทั้ง "Elvis Presley"
ในช่วงยุค 80's Ukulele เริ่มตกกระแส ความนิยม การนำมาใช้เล่น และการกล่าวถึงเริ่มจางลงจนแทบจะหายไป

ต่อมาในช่วงปี 1990 เกิดกระแสขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิดศิลปิน Israel Kamakawiwo'ole(IZ) นักดนตรีจากเกาะฮาวาย ด้วยเอกลักษณ์ตัวอ้วนใหญ่คล้ายกับยักษ์ แต่เลือกที่จะเล่น Ukulele ตัวจิ๋วเป็นเครื่องดนตรีคู่กาย, IZ จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก กระแส IZ จึงเกิดมาพร้อมกับ Ukulele เพลงของ IZ ยังถูกไปใช้เป็นเพลงประกอบหนังอยู่เป็นระยะๆ

IZ ได้ร้องและเล่นบทเพลง "Over the Rainbow/What a Wonderful World" ซึ่งทำให้ผู้คนเริ่มหลงเสน่ห์ในเสียงของ ukulele เข้าอย่างจัง
"IZ Israel Kamakawiwo'ole / Jake Shimabukuro"
ปลายยุค 90's หลังจากที่ Ukulele เริ่มแพร่หลายในอเมริกา เจ้า Ukulele ยังไปมีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย เพราะเด็กหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นฮาวายฝีมือขั้นเทพนามว่า "Jake Shimabukuro" ได้นำ Ukulele มาเล่นเพลงได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยลีลาอันสุดเร้าใจ ดุดัน รุนแรง
ทั้งวิธีการนำเอาเพลงที่เคยได้รับความนิยมในอดีต มา cover ด้วย Ukulele จึงทำให้ผู้ฟังสามารถเข้าถึงเสน่ห์ของ Ukulele ได้ง่ายขึ้น

Jake จึงถือเป็นผู้ที่มีบทบาทมากที่สุดคนหนึ่ง ที่ทำให้วัยหนุ่มสาวยุคใหม่ เริ่มหันมาสนใจที่จะฝึกหัด และหัดเล่น ukulele อย่างจริงๆ จังๆ
นอกจากนั้นแล้ว ศิลปินยุคใหม่เช่น "Jack Johnson" และ "Jason Mraz" ก็ยังเล่น ukulele กับเขาด้วย

ประเภทของ Ukulele มีขนาดใดบ้าง?
Ukulele มีสายเพื่อใช้บรรเลงเพลงแค่เพียง 4 สาย โดยใช้สายไนล่อน รูปทรงจะเล็กกว่าอะคูสติกกีต้าร์มาก ซึ่งจะมีขนาดอยู่ 4 ขนาด คือ

1) soprano (standard size) มีขนาดความยาว 21" นิ้ว
2) concert มีขนาดความยาว 23" นิ้ว
3) tenor มีขนาดความยาว 26" นิ้ว
4) baritone มีขนาดความยาว 30" นิ้ว

สอนกีต้าร์ เบส กลอง ราคาถูก

รับสอน กีต้าร์ เบส กลอง

99 music society --- Music Tutor

     เปิดรับสอนเล่นดนตรี กีต้าร์ เบส กลองชุด
-รับสมัครผู้สนใจเรียน ทุกเพศ ทุกวัย ขอเพียงมีใจรักอยากเล่น อยากมันส์ อยากโดน!

-สอนตั้งแต่ การเริ่มต้นเล่นดนตรีอย่างง่าย เล่นได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ความเข้าใจทฤษฎีดนตรีพื้นฐาน  การอ่านโน๊ตเพลงพื้นฐาน การแกะเพลง การแสดงสด การเลือกอุปกรณ์ เทคนิคการฝึกซ้อม หรือจนกระทั่งตามความต้องการของผู้เรียน !!!

-สอนสบายๆ เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถนำไปซ้อมต่อที่บ้านได้ง่ายๆ สอนเน้นผู้เรียนเป็นหลัก

-สอนโดย นักดนตรีอาชีพ ผู้มีประสบการณ์ ผ่านเวทีประกวด และเวทีการแสดงสดมากมาย..
-มีทั้งแบบสอนตัวต่อตัว(private course) และแบบเรียนร่วมกับผู้อื่่น
  สอนตามแบบฟอร์ม หรือตามความต้องการของผู้เรียน สามารถเลือกได้



 เครื่องดนตรีที่รับสอน

  กลองชุด -เป็นเรียนตัวต่อตัวทั้งหมด ได้สัมผัสกับอุปกรณ์ชั้นนำ
  เบสไฟฟ้า
  กีต้าร์โปร่ง
  กีต้าร์ไฟฟ้า
  กีต้าร์คลาสสิค

-ทุกคอร์ส เริ่มต้นที่ราคา600บาท/เดือน(โปรโมชั่นวันนี้ถึงสิงหาคม2554)
  เรียน 1-2 ชั่วโมง/สัปดาห์ วันเวลาสามารถเลือกได้
-สถานที่สอน เป็นหอพักแถว ม.นเรศวร(นอก) และห้องซ้อม อนุบาลการดนตรี จ.พิษณุโลก



สนใจติดต่อ  
e-mail : Heavy_diamon@gmail.com
 facebook : 99music society
Tel. : 082-4014898

รายละเอียดคลิ๊กรูปเลยจร้า

ผู้สอนกลอง และกีต้าร์ จากวงนี้

มือเบส
อีกหนึ่งมือกลอง

มีแบบตัวต่อตัว และแบบรวมหลายคน
จำนวนชั่วโมงเป็นจำนวนชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์นะครับ
1รอบบิล เรียน 4สัปดาห์ครับผม

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กีต้าร์ฝีมือคนไทย Thanakorn Guitars TK Elite22

Thanakorn Guitars TK Elite22




spec.
Model TK Elite22
Body 1 piece Mahogany
Neck Mahogany
Neck shape Cshape 21mm@ 1st Frets
Fingerboard Ebony
Frets Pyramid 22 frets
Scale 25.5 inc
Radius 16 inc
Inlay Dot Abalone
Luminol side dot
All Access Neck joint
Nut Tusq
Hardware color Chrome
Bridge Wilkinson VS-100N
Pickup HH Seymour Duncan (59B / Jazz Neck)
Tuner Gotoh SG 503 H.A.P.M.
Electronic 1vol / 1tone / 3 way selector 
String gauge .009-.042


พอดีเล่นเน็ตไปเห็นพอดีเลยเอามาอวดกัน สวยๆๆๆ ชอบๆๆๆ อยากได้ๆ


 http://www.facebook.com/tkguitars

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

John Petrucci Mark V Settings and Tone Tips

John Petrucci Mark V  Settings and Tone Tips Part I
Part 1 details Mark V channels 1 and 2 settings with playing examples.

John Petrucci Mark V  Settings and Tone Tips Part II
Part 2 details Mark V channel 3 settings with playing examples.

John Petrucci discusses the philosophy behind his Mark V settings and 
demonstrates the tones used in Dream Theater. 
Recorded in Petaluma, CA at Mesa/Boogie - June, 2010.

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Guitar Body Wood Types

Guitar Body Wood Types



There is a wide variety of woods that can be used to build acoustic or electric guitars. Because of the varied densities of the many different types of woods used, the sound produced will vary correspondingly. Ultimately, choosing the right wood for a guitar will fall completely upon the fundamental sound and music style desired to be achieved by the musician who plays it.


Mahogany

Compared to other popular choices of wooden guitars, mahogany is know to have a lowered velocity of sound and a significant density with low overtones. Mahogany guitars are capable of producing a strong solid tone and are a popular choice among country-blues musicians.

Maple

Maple guitars tend to produce sound at a lowered velocity as well. Sometimes the sound quality of a maple structured guitar can be considered almost flat. However, maple is a popular choice for more aggressive musicians because of its intensified presence when amplified. Maple is a popular choice for makers of electric guitars for rock or heavy metal music
.

Alder

In the physical sense, alder is good choice of guitar woods for comfort and portability for an active stage performer. It is a light wood that produces a vibrant sound and full, rich tones when played. Alder provides an even balance of high, low and midrange tones.

Koa

Koa wood is harvested exclusively in Hawaii, which makes koa wood guitars a bit more expensive and difficult to find than guitars made of most other woods. Koa wood is a very popular choice among bass guitar manufacturers because it produces a deep, warm tone. Koa is very similar to mahogany in guitar wood categories but stands apart because of its concentration on midrange tones.

credit: 
http://www.ehow.com/list_6368158_guitar-body-wood-types.html

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Sungha Jung



Sungha Jung (Born South Korea on September 2, 1996)
Hi, I'm Sungha Jung from South Korea.
My dream is to become a professional acoustic fingerstyle guitarist.

I had been watching my dad play the guitar for awhile before I finally jumped on it myself three years ago.

Currently, I am taking drum lessons and teaching myself fingerstyle guitar.
I used to not have tabs for the music that I played in my videos.
I just listen and pick them up directly from the sound source in videos available on the internet.
However, recently, I have started playing with original tabs whenever they are available to me by courtesy of the authors.
My old guitar is custom made by Selma to fit my body size, and on it, Thomas Leeb wrote "Keep on grooving to my friend."

As of Jan. 1st, 2009 Lakewood acts as sponsor for my guitar officially.
I'm very grateful to those prominent guitarists who have had a great influence on my guitar playing.
I'll continue to study them and learn more about interpretation of music and various playing techniques.
My daily practice routine lasts for one to two hours when school is open, but I play up to three hours a day during the school breaks.
It usually takes me two to three days to practice and videotape a new piece but sometimes up to a week for more difficult ones.

Last, but certainly not least, I can't thank Ulli Bogershausen enough for being my musical inspiration.


http://www.sunghajung.com/about