แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอฟเฟค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอฟเฟค แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Top Question from Guitarist รวมคำถามตลอดกาลของมือกีต้าร์ พร้อมคำตอบ

โดย Vinai Trinateepakdee

1. อยากเก่งมั่งทำไงดีครับ -  )()*&&^$^%$& หาวิตามินกินมั้ง-*-

2. ฝึกยังไงให้เก่ง - ฝึกให้ถูกเรื่องถูกทาง แก้ปัญหาให้ถูกจุด ถ้าทำเองไม่ได้แนะนำให้หาที่เรียนซะ แต่ก็ต้องหาให้ถูกที่ไม่งั้นอาจออกทะเลยิ่งกว่าเดิม และอย่าลืมการฝึกกับการนั้งเล่นไม่เหมือนกัน ต้องแยกแยะ

3. ปรับFXยังไงให้เสียงดี - อันนี้บอกตามตรงไม่มีใครรู้ว่า ดีของคุณคืออะไร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความชอบ ทั้งนั้น

4. ปรับยังไงให้เสียงไม่จม - จมคือเสียงมันไม่โผล่เวลาเล่นวงใช่มั้ย 1ในสาเหตุที่เห็นมาคือ บ้านเราชอบปรับกีต้ารกันแบบทู่ๆอับๆ เหมือนกลัวเสียงแหลมกัน เพราะเสียงแหลมเนี่ยมันทำใหัชัด พอชัดแล้วเล่นผิดมันก็ผิดชัดขึ้น เล่นยากเลยปอด ปรับทู่ๆนัวๆ เล่นอะไรมันก็เหมือนดี แต่ดีแค่รู้สึกอยู่คนเดียวคนฟังๆไม่ออกเพราะมันจม อีกสาเหตุก็คือใช้FXไม่ถูกทางสมัยนี้มัลติFXส่วนใหญ่จะมีระบบSpeaker simหรือจำลองเสียงลำโพงและไมค์มาด้วย เพื่อเอาไว้ต่อไลนตรง แต่หลายคนชอบเอาไปต่อหน้าAmpโดยที่ยังไม่ปิดFuntionนี้ มันก็เละสิ ลองนึกดูว่าถ้าเรา เอาไมคจ่อampไว้ แล้วจากไมคนั่นแทนที่จะไปMixer ก็ดันเอาไปเข้าinของอีกAmp จะเกิดอะไรขึ้น นั่นละเรื่องเดียวกัน

5. ผมเล่นก้อนจะเรียงFXยังไงดี  
-FXแม่งออกเป็น3กลุ่มใหญ่ๆ
   1.  Wah,Compressor,เสียงแตกต่างๆ
   2.  Modulation ต่างๆ Chorus,Flanger,Phaser,Tremolo
   3.  Ambience   - Delay,Reverb

       - กลุ่มที่1และ2 สามารถสลับได้ตามใจชอบ แต่กลุ่มที่3 เท่านั้นที่ต้องอยู่หลังสุดเสมอนอกเสียจากว่าคุณจะชอบเสียงตอนที่มันต่ออยู่ตำแหน่งอื่นจริงๆ อันนี้Up to u

6. FXหรือAmp แพงๆมันดีกว่าจริงหรือ - ไม่เสมอไปแต่ส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น แต่จำไว้อย่างนึงว่าของจะดีแค่ไหนสิ่งที่จะทำให้มันทำงานคือตัวเรา ถ้าเราซื้อFX ราคาไม่แพงแล้วใช้มันได้เต็มประสิทธิภาพ เข้าใจในอุปกรณ์อย่างดี ก็ดีกว่ามีเงินซื้อของแพงแต่ไม่รู้จักแม้ว่าCompressorคืออะไร

7. Guitarแพงๆมันดียังไง - คำตอบไกล้เคียงกับข้อ6 คือทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณ มีกีต้าร์หลักแสนหลายตัวที่ผมลองแล้วไม่เคยคิดอยากได้เป็นเจ้าของ แต่ว่ากีต้ารที่ได้มาตรฐานที่ดีก็มักราคาไม่ถูก มาตรฐานที่ดีคือเล่นง่ายสบายมือ ตอบสนองดีเล่นแล้วไม่เหนื่อย อะไหล่ดีทนทาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเราด้วยว่าเราจะเรียกเสียงที่ดีออกมรจากมันได้มั้ย เปรียบเหมือนคนบางคนขับรถไม่เคยเกิน60กม/ชม แต่ดันไปซื้อFerrariมาขับ มันเหมือนคุณซื้อมา10ล้านแต่ขับอยู่4แสน

8. อยากเล่น/ทำงานอาชีพทำยังไงสมัครที่ไหน -  ต้องยอมรับว่างานสายดนตรีนี้ไม่มีกฏเกณ์ตายตัว และใช่ว่าคุณจบเอกดนตรีมาแล้วจะมีงานทำ ทุกอย่างอยู่ที่ตัวคุณเอง ถ้าตั้งใจหมั่นฝึกฝนและเตรียมพร้อมให้กับตัวเอง เมื่อขณะยังมีเวลาอยู่ และหาโอกาสให้ตัวเองได้แสดงออกเท่าที่ทำได้ ถ้าคุณพร้อมจริงๆเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม งานจะมาหาคุณเอง "งานอาชีพมีไว้สำหรับมืออาชีพ ถ้าคุณยังไม่ใช่ก็จงทำให้มันใช่ซะ"

9. เราจะมีรายได้พอเพียงมั้ยกับการทำงานดนตรีเพียงอย่างเดียว - สำหรับผม ผมตอบได้ว่ามันก็พอเพียงถ้าขยัน จริงๆในยุคนี้แค่ทำงานดนตรีด้านใดด้านนึงอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว สิ่งสำคัญคือพยายามสร้างสังคมและหนทางไว้ให้มากที่สุดเปรียบเหมือนใบของเรือที่กางออกไปให้ได้มากที่สุดไว้ก่อน แล้วเมื่อถึงเวลาที่ลมมันมา เรือคุณก็จะแล่นฉิ่วเอง

10. เล่นดนตรีแล้วจะมีสาวๆมั้ย  -   -*- ถ้าคิดจะเล่นดนตรีเพราะเหตุผลนี้แบบหนังเรื่องSuckseedละก็สุดท้ายมันก็จะลงเอยแบบในหนังนั่นแหละ

11.Fx ก้อนดีกว่ามัลติ FX จริงรึไม่ - จะบอกว่าดีกว่าคงไม่ใช่แต่FXก้อนด้วยความที่มันให้กำเนิดเสียงจากวงจรแบบAnalog100%  เสียงที่ได้จึงมีความธรรมชาติกว่าในด้านความรู้สึก ตอบสนองสัมผัสต่อการเล่นดีกว่าAttack,Dynamicที่ดีกว่า แต่บางคนก็บอกคุมยากกว่า เพราะDynamicมันเยอะกว่าพวกมัลติFXที่มักจะมีความรู้สึกบีบเท่าๆกันติดนิ้วๆ(compress)เล่นง่าย อันนี้แล้วแต่ความชอบ ส่วนเรื่องเนื้อเสียงในปัจจุบันAnalogก็ยังคงดีกว่าDigital เพราะอย่าลืมว่าdigital คือการจำลองเสียงจากAnalogยังไงมันไม่มีทางเหมือนได้100%  ในปัจจุบันมัลติFXที่ให้ความรู้สึกและเสียงที่ไกล้เคียงAnalogที่สุดคงไม่พ้นFractal Axe FX จะบอกว่า100%คงไม่ใช่ แต่เรียกได้ว่าไกล้เคียงที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมัลติFXถือกำเนิดมา แต่ราคาก็สูงตามคุณภาพ และในทางกลับกันFXก้อนที่ออกมามากมาย ก็มีหลายตัวที่ไม่ใช่Analog100%เพียงแค่ทำหน้าตาให้เหมือนstomp แค่นั้นแต่เสียงที่ออกมา ก็มาจากDSP อยู่ดี ดังนั้นระวังอย่าให้ภาพลักษณ์ของคำว่าStomp boxมาลวงตาคุณได้

12.ถ้าเรียนกีต้าร์กับคุณหนึ่ง จะใช้เวลาแค่ไหนถึงจะเก่ง - ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนไม่ว่าคุณจะเรียนที่ไหน ถ้าคุณขยันเอาจริงเอาจังและหัวไวด้วย ก็จะเก่งเร็ว แต่ถ้าดันขี้เกียจ และแถมหัวช้าอีก ก็อาจจะภพหน้าเลยก็เป็นได้ ดังนั้นลืมคำถามไร้สาระแบบนี้ซะ แล้วเอาเวลาไปฝึกซะ!!

13.เรียนต่อมหาลัยดนตรีที่ไหนดี - ที่ไหนก้ได้ที่เดินทางสะดวกไปเรียนแล้วไม่เหนื่อย ที่เหลืออยู่ที่ตัวคุณเอง ใบปริญญาแทบไม่มีความหมายกับสายอาชีพนี้เลย นอกเสียจากว่าคุณอยากจะเป็นครูประจำเท่านั้น

14.ถ้าเราซื้อกีต้าร์ถูกๆตัวไม่กี่พันบาทแล้วมาโมมันจะดีขึ้นได้ไกล้เคียงกีต้ารแพงๆมั้ย? - คิดว่าเราเอาToyotaมาโมให้เป็นFerrariมันจะได้มั้ย ก็คงได้แค่กลิ่นๆ เพราะมันไม่ได้ตั้งแต่โครงสร้างของตัวรถแล้ว กีต้าร์ก็เหมือนกัน แต่ที่สำคัญคือกว่าจะได้แค่กลิ่นไม่รู้จะเสียค่าโมจนแทบจะซื้อกีต้าร์ตัวจริงๆได้เลยรึปล่าว ดังคำที่ว่่า "งานแก้เปลืองกว่างานสร้าง" มักจะได้ไม่คุ้มเสีย

ขอบคุณบันทึกดีๆมีประโยชน์มากมาย จาก คุณหนึ่ง วินัย ไตรนทีภักดี ครับผม

from http://www.facebook.com/note.php?note_id=10150252469518236

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

Stomp boxเสียงแตกกับปัญหาโลกแตก


Stomp boxเสียงแตกกับปัญหาโลกแตก เลือกตู้หรือไม่เลือกตู้ อะไรเหมาะกับอะไร
ถ้าพูดถึงเรื่องเสียงแตกก้อนๆ(Stomp box) คำที่เรามักใช้ติดปากเวลาเลือกซื้ออุปกรณ์เหล่านี้คือ"เสียงมันเลือกตู้มั้ยครับ"
   ว่าแต่อะไรคือเลือกตู้ไม่เลือกตู้ - เรามักจะพบว่าเสียงแตกเหล่านี้โดยเฉพาะเสียงDistortionจะมีปัญหากับตู้บางประเภท โดยเฉพาะตู้StackหรือHeadamp จริงๆแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นStackหรือปล่าว แต่ประเด็นคือเราต้องทำความเข้าใจกับAmpที่เราจะเอาStompเหล่านั้นไปใช้ซะก่อน


เลือกใช้Ampให้ถูกประเภท:
     นักดนตรีบ้านเรานั้นจำต้องทำงานกับBacklineหรือเครื่องเช่า,เครื่องประจำร้านที่ถูกเลือกใช้อย่างผิดๆมาเป็นเวลานานมากๆ สังเกตุได้ว่าเครื่องเช่าหรือเครื่องตามPubทั่วไป มั้กจะเลือกใช้แบบHeadampและมักจะเป็นMarshallซะด้วย ทำไมถึงต้องมีแต่Marshallนะหรือ
1.ยี่ห้อเก่าแก่
2.ราคาไม่สูงมาก
3.มีแต่คนรู้จัก
  จะเห็นว่า3ข้อข้างต้นไม่ได้พูดถึงองค์ประกอบหรือประสิทธิภาพและลักษณะการใช้งานของAmpตัวนั้นๆเลย หลายๆคนอาจจะตกใจถ้าผมจะบอกว่ามันเป็นการเลือกที่ "ผิดมากๆ"และโครตจะ"สิ้นเปลือง"มากๆ ทำไมน่ะหรือ

    Amp Marshall เป็นAmpที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านเสียงแตก จุดขายของมันคือเสียงแตกจากตัวมันเอง แต่บ้านเราดันทะลึ่งใช้แต่เสียงคลีน(คงไม่เถียงว่านักดนตรีกว่า99%ที่ไปเจอแอม์แบบนี้แล้วไม่เคยคิดจะใช้เสียงแตกจากมันเลย เห็นพวกเปิดแต่คลีนทั้งนั้น เพราะFXเสียงแตกเอามาเอง) ดังนั้นเมื่อจุดเด่นมันคือเสียงแตก ก็หมายถึงว่ามันไม่ได้ดีไซน์มาเพื่อให้เราใช้กับเสียงแตกภายนอกเลย มันต้องการให้ใช้เสียงแตกของมัน "จุดเด่นเราคือเสียงแตกทำไมดันใช้แต่คลีนเล่าพี่น้อง!!!!" จุดเด่นมีแต่เราดันไปใช้จุดด้อย มันคงจะดีหรอกนะน่ะ

    ดังนั้นAmpที่เหมาะสมกับการใช้งานแบบนี้คือClean ampหรือAmpที่ดีไซน์มาเพื่อใช้เสียงคลีนเป็นหลัก เป็นมิตรกับFXที่จะเอาพ่วง เช่นFender,Dr Z เป็นต้น แต่ทำไมบ้านเราไม่ค่อยใช้น่ะหรือ เพราะบ้าWattไง ไปเชื่อพวกเครื่องเช่าว่า สถานที่ใหญ่ๆต้องWattเยอะๆ ถามว่าคุณมึงจะเอาWattเยอะให้มันดังโลกแตกกันไปถึงไหน Monitorมีไม่คิดจะฟังกันหน่อยหรือ แล้วจะจัดMonitorมาทำซากอะไร เอาไว้วางเท้าเท่ๆ? และก็Amp comboพวกนี้ไม่ใช่ว่าWattจะน้อยซักหน่อย เช่นFender twin reverb2x12 combo นั้นกำลังขับที่100watt และดังโครตพ่อชนิดที่ว่า Headamp+4x12ยังสู้ไม่ไหว ดังนั้นแล้วมันดังไม่พอตรงไหนหรือ แถมราคาถูกว่าHeadamp+cab 4x12 ตั้งเยอะ ทั้งนั้นเราจะเอางบไปลงAmpที่ซื้อมาแล้วใช้มันแค่1ใน 3 ไปเพื่ออะไรกันล่ะ

    สรุป 
       สำหรับผู้ใช้งาน - ก่อนเล่นก็ทำความรู้จักกับAmpที่จะใช้ซักหน่อยว่ามันดีไซน์มาใช้งานแบบไหน สังเกตุง่ายๆว่าแอมป์ที่ไม่ได้เน้นเสียงคลีนมันจะมีChเยอะ ปุ่มๆเยอะๆ แม้บางตัวก็ทำเสียงคลีนมาได้น่าประทับใจ แต่เชื่อเหอะ ไอ้เครื่องเช่ามันมักจะไม่รู้จักหรอก เพราะรู้จักแต่มาแชนนนนน  ก็เตรียมรับมือกันไว้จะได้เตรียมอุปกรณ์ไปถูกงาน
       สำหรับเจ้าของร้าน,Pub,เครื่องเช่า -หยุดเสียที่เถิดกับประเพณีนิยมบ้าStack จะขนมาวางทำไมให้มันล้นเวที ในเมื่อการใช้งานมันไม่ได้เหมาะสมเลยแม้แต่น้อย เครื่องที่ยืดหยุ่นการใช้งานที่สุดคือเครื่องที่ มีปัจจัยที่จำเป็นเท่านั้นไม่ต้องเผื่ออะไรที่ไม่มีมนุษย์คนไหนมันใช้หรอก เอางบไปซื้อMonitorเพิ่มหรือจ้างซาวด์เอนจิเนียรดีๆมาทำงานดีกว่า

ปล Amp Marshallบางรุ่นที่มีChเสียงคลีนที่น่าประทับใจไม่น้อยก็มีแต่หายากที่จะเจอ เพราะส่วนใหญ่จะเจอแต่Jcm800,900 แถมาสภาพไม่รู้ซ่อมมาจนยับเยินเท่าไรแล้ว ดีขึ้นมาหน่อยก็ตระกูลJcm2000 เสียงคลีนดีขึ้นมาหน่อย เป็นมิตรกับเสียงแตกก้อนๆขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังห่างไกลกับพวกคลีนแอมป์แท้ๆอยู่ดี




โดย Vinai trinateepakdee

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

Brunetti Burning box review

by Vinai Trinateepakdee(Thai version)
 
review เอฟเฟค  Brunetti Burning box โดย คุณวินัย ไตรนทีภักดี 
เสียงท่ได้ดุเด็ดเผ็ดมันใช้ได้เลย เล่นได้หลากหลาย
ที่สำคัญตัวนี้ถูกปรับแต่งวงจรมาสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะเลย
ซื้อที่อื่นก็ไม่เหมือนที่นี่ ใครกำลังมองหาย distortionไว้ใช้ซักตัว
ลองดูเลยครับน่าสนใจ

หน้าตาดูดีหล่อเหลาเลย

Description:
Burning Box is the new Brunetti high- gain distortion stomp box. It is intended to deliver gain and distortion levels to the utmost. It is endowed with “FET” technology to reproduce tubes behaviour and dynamics as faithfully as possibile. Burning Box is pure force, devoted to more extreme and aggressive sounds, it goes beyond limits, it is pure power set free! Despite the unbelievable violence of its distortion, controls are effective and designed to mould the timbre according to your style and the instrument connected…and to limit the damage! This small box contains all tube amplifier power driven to the peak: that is the wild compressed distortion nearly unrestrainable! Marco Brunetti designed the Burning Box to meet musicians requirements, for those who expect the utmost and look for extreme situations. This stomp is dedicated to people who are never satisfied with what their amplifier could offer. Every single note will appear to roar, every single riff will have explosive bass and burning high! There are no half measures with your Burning Box!


Specifications:
INPUT Impedance  = 500KOhm
OUTPUT Impedance <= 50KOhm
Max out level = 600mV
Weight = about 200g / 0,4lbs
Dimensions = 100 x 110 x 55 mm
Current draw = 14mA
Average 9V (200mA/h) battery life = about 14 hours
WIMA capacitors, made in Germany
Metal-film or carbon-film resistors depending on their functions
SH multiwiper potentiometers, aluminium wiper

from ฺBrunneti